ลูกค้าสัมพันธ์ โทร : 088-887-2059

3 วิธี จัดการพื้นที่ชั้นวางสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด

อัพเดตล่าสุด 01/07/2022
 โดย Anchana
วิธีจัดการพื้นที่ชั้นวางสินค้า

เมื่อพูดถึงร้านค้าปลีก ไม่ว่าจะเป็น ร้านขายของชำ, ร้านมินิมาร์ท, หรือร้านซุปเปอร์สโตร์ สิ่งที่ทุกร้านจำเป็นจะต้องมี นั่นก็คือ ชั้นวางสินค้า” นั่นเป็นเพราะผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จะโดดเด่นและน่าซื้อได้ ก็ขึ้นอยู่กับการจัดการพื้นที่ชั้นวางสินค้า แต่ถ้าคุณต้องการเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดให้กับมันล่ะ จะทำยังไงได้บ้าง?บทความนี้ เราก็เลยจะมาแนะนำเคล็ดลับให้คุณไปจัดการกับชั้นวางสินค้า เพื่อให้มีพื้นที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพมากที่สุด อยากรู้แล้วใช่ไหมล่ะคะ ตามมาอ่านกันเลยค่าาา! 🙂 

1. ใช้แถบคลิปแขวนสินค้า (Clip strips) 

Clip strips example
3 วิธี จัดการพื้นที่ชั้นวางสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด 8

คุณน่าจะเคยเห็นแถบคลิปนี้ ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านมินิมาร์ททั่วไปนะคะ เพราะมันเป็นที่นิยมมาก ๆ และถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับการจัดการชั้นวางสินค้ามากขึ้น จากสินค้าที่ถูกจัดเรียงให้อยู่เพียงแค่ในชั้นวาง ได้ถูกแขวนอยู่ด้านหน้าหรือด้านข้าง ทำให้สินค้าสามารถมองเห็นและหยิบจับง่ายมากยิ่งขึ้น

ประโยชน์ของแถบคลิปแขวนสินค้า 

ประโยชน์ของแถบคลิปสินค้ามีหลายอย่างด้วยกันเลยค่ะ

1.1) ใช้เป็นพื้นที่โชว์เพิ่มเติมสำหรับสินค้าขายดีหรือสินค้ามาใหม่

สินค้าตัวไหนขายดี คุณก็ทำให้มันโดดเด่นออกมาได้ด้วยการติดไว้กับแถบคลิปนี้บนชั้นวางสินค้าค่ะ ตัวอย่างเช่น ขนมซองบางอย่าง เป็นสินค้ามาใหม่ก็สามารถนำมาติดในแถบคลิปนี้ได้ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าซื้อไปลองได้ง่ายค่ะ 

1.2) เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าอย่างต่อเนื่อง 

คุณสามารถใช้หลักการ Cross selling หรือการขายสินค้าหลาย ๆ ประเภท ที่ผู้บริโภคจะต้องใช้ร่วมกัน ในแถบคลิปนี้ได้ 

ตัวอย่างเช่น 

  • การวางหวีแปรงผมไว้ใกล้ ๆ กับที่คาดผม
  • วางยาสีฟันไว้ใกล้ ๆ กับแปรงสีฟัน
  • วางแก้วกาแฟไว้ถัดจากช้อนกาแฟไว้บนแผ่นชั้นวางสินค้าเดียวกัน
  • หรือจะเป็นอาหารสัตว์ ที่นอกจากจะมีแบบเม็ดแล้ว อาหารแบบขนมกินเล่นก็ควรซื้อไปให้น้องหมาและน้องแมวเช่นกัน 

1.3) เพิ่มยอดขาย 

คุณสามารถใช้แถบคลิปนี้ ติดบนชั้นวางทั่วร้านค้าของคุณได้ เพื่อนำไปสู่ยอดขายและกำไรที่มากขึ้นนั่นเองค่ะ เมื่อนำมาติดตรงนี้ มันทำให้มองเห็นได้ง่าย สะดุดตา จึงทำให้เกิดการซื้อเพิ่มขึ้น จึงเกิดยอดขายและกำไรตามมาค่ะ

1.4) เพิ่มความสวยงาม

เมื่อคุณติดแถบคลิปนี้ ชั้นวางสินค้าของคุณจะดูมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ดูมีจุดนำสายตา และทำให้โดยรวมร้านค้าของคุณน่าสนใจ นอกจากนี้ หากคุณเปิดร้านเกี่ยวกับเครื่องมือช่างต่าง ๆ แล้วคุณอยากที่จะโชว์สินค้าให้โดดเด่น และเพิ่มพื้นที่ให้จัดเรียงสินค้าได้มากขึ้น คุณก็สามารถใช้ “ตะขอแขวนสินค้า” ที่มีคุณสมบัติในการแขวนสินค้าคล้าย ๆ กับแถบคลิป 

โดยมันเป็นเครื่องมือ ที่ใช้ร่วมกับชั้นวางสินค้ารูปแบบต่าง ๆ ช่วยให้การจัดเรียงสินค้าเป็นระเบียบ แบ่งสินค้าได้อย่างชัดเจน หรือสินค้าบางประเภทที่ไม่สามารถจับตั้งบนชั้นวางสินค้าปกติได้ เราสามารถใช้ในการแขวนขึ้นมาให้สินค้าสามารถหยิบจับ เลือกซื้อได้ง่ายมากยิ่งขึ้นค่ะ 

2. ใช้ชั้นตะกร้า (Basket Shelf)

ดูภาพเพิ่มเติม : ชั้นตะกร้า

สำหรับร้านค้าปลีก ที่ต้องการเพิ่มพื้นที่ชั้นวางสินค้า ให้สามารถวางของได้มากที่สุด และนำเสนอรูปลักษณ์มาตรฐาน จัดการพื้นที่ชั้นวางสินค้าให้ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งการใช้ชั้นตะกร้าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ควรพิจารณาค่ะ

ชั้นตะกร้าเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผลิตภัณฑ์ขนาดเล็ก ที่คุณสามารถวางสินค้าทับกันได้ หรือเป็นสินค้าที่มีราคาขายเท่ากัน แล้วจัดให้มันมาอยู่รวมกัน

ประโยชน์ของการใช้ชั้นตะกร้า 

2.1) รองรับกับสินค้าบางประเภท

สินค้าบางแบบ อาจไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับวางบนชั้นวางสินค้าแบบธรรมดาค่ะ  ชั้นวางแบบตะกร้า จึงถูกออกแบบมา เพื่อรองรับสินค้าประเภทเหล่านั้น นอกจากนี้ยังช่วยลดโอกาสที่สินค้าจะหล่นจากชั้นวางอีกด้วยนะ 

ตัวอย่างสินค้าเช่น 

  • ท่อ PVC 
  • อุปกรณ์ช่าง 
  • ผงชูรส, น้ำตาล, ถุงขนม 
  • ถุงน้ำยาปรับผ้านุ่ม
  • ถุงน้ำยาล้างจาน 
  • ติดป้ายโฆษณาใส่ข้อมูลเพิ่มเติมได้ 

การศึกษาลูกค้าของ Dotactiv กล่าวไว้ว่า คุณจะสามารถวางข้อมูลผลิตภัณฑ์ ไว้บนชั้นตะกร้าก็ได้ หรือจะนำป้ายโฆษณามาติดไว้ก็ได้ เป็นการให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินค้าแก่นักช้อป เพื่อให้พวกเขาอ่านคุณสมบัติของสินค้า และสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตรงตามที่ต้องการได้ดีขึ้น 

2.2) ปรับทิศทางเพื่อหาพื้นที่ที่เหมาะสม

ชั้นตะกร้า ไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่ยังมี ชั้นตะกร้าแบบซ้อน ที่สามารถนำไปวางซ้อนกันบนชั้นวางสินค้าแบบทั่วไปได้ 

เมื่อคุณใช้ชั้นวางตะกร้าแบบซ้อนแล้ว คุณสามารถเพิ่มจำนวนสินค้าในแกน Y ได้ นั่นเป็นเพราะผลิตภัณฑ์วางอยู่บนชั้นตระกร้า ที่ซ้อนกันขึ้นไปจนอยู่ในจุดที่สูงที่สุด  มันจึงช่วยให้คุณวางสินค้าได้เยอะมาก ๆ และเพิ่มพื้นที่ได้อีกมากที่เดียวค่ะ นอกจากนี้คุณยังจัดสรรพื้นที่ ให้กับสินค้าขายดีของคุณได้มากขึ้น เนื่องจากคุณมีพื้นที่บนแผ่นชั้นวางสินค้ามากขึ้นนั่นเอง 

Tips : สำหรับน้ำยาปรับผ้านุ่ม หรือน้ำยาล้างจาน ที่เป็นแบบถุง ปัจจุบันนี้ก็มี ตะแกรงสำหรับวางน้ำยาปรับผ้านุ่ม ไว้ให้คุณเลือกใช้ด้วย ยังไงก็เลือกใช้ชั้นวาง ที่เหมาะสมกับสินค้าของคุณให้มากที่สุดนะคะ 

3. ใช้แผ่นพัลชิ่ง (Pegboard) 

การจัดการพื้นที่ชั้นวางสินค้าอีกแบบหนึ่งคือ ใช้แผ่นพัลชิ่ง หรือ Pegboard คือ แผ่นไม้, แผ่นเหล็ก หรือกระดาษอัดที่เจาะรูเล็ก ๆ ทั่วทั้งแผ่น ใช้สำหรับแขวนสินค้า หรือสิ่งของต่าง ๆ บ้างก็อาจจะเห็นเป็นอุปกรณ์ไว้โชว์สินค้าตามห้างฯ ส่วนใหญ่มักใช้กับสินค้าที่วางไว้เฉย ๆ แล้วไม่สวย หรือไม่โชว์สินค้าออกมาได้ดีเท่าที่ควร รวมถึงสินค้าที่ไม่สามารถจับตั้งกับชั้นวางหรือยืดตัวตรงได้ ต้องใช้การแขวนถึงจะออกมาดูดี 

Pegboard shelf
3 วิธี จัดการพื้นที่ชั้นวางสินค้าให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด 11

ตัวอย่างสินค้าที่จำเป็นต้องใช้แผ่นพัลชิ่งหรือ Pegboard

  • เครื่องมือฮาร์ดแวร์ เช่น สว่าน, ประแจ, กรรไกร, คัตเตอร์ 
  • เครื่องครัว เช่น ตะหลิว, ทัพพี, กระทะ, หม้อ
  • อุปกรณ์กีฬา เช่น ไม้แบดมินตัน, ไม้เทนนิส, กระเป๋ากีฬา, รองเท้า 
  • อุปกรณ์สำนักงาน เช่น กระดาษโน้ต, สติ๊กเกอร์, ของประดับตกแต่ง

Tips : นอกจากเพ็กบอร์ดแล้ว คุณก็สามารถใช้ หลังตาข่าย เพื่อทดแทนได้เช่นเดียวกัน เพราะมันมีคุณสมบัติเป็นรูสำหรับแขวนสินค้าได้เหมือนกันค่ะ 

ประโยชน์ของแผ่นพัลชิ่งหรือเพ็กบอร์ด 

สำหรับประโยชน์ของแผ่นพัลชิ่งหรือเพ็กบอร์ด มีดังนี้

3.1) ลดความจุในสต็อคสินค้าที่ไม่จำเป็น 

เนื่องจากเพ็กบอร์ด มีความลึกที่จำกัด จึงยากที่จะวางทับบนชั้นวางสินค้า นั่นหมายถึงชั้นวางจะดูไม่รกจากการวางสินค้าซ้อนทับกันในความจุที่มากเกินไป 

3.2) สุนทรียภาพทางสายตา

Pegboards ช่วยให้ชั้นวางสินค้ามีความเป็นระเบียบ และดึงดูดสายตา นอกจากนี้ลูกค้าของคุณ จะสามารถมองหาผลิตภัณฑ์ที่พวกเขาต้องการได้ง่ายขึ้น

3.3) ช่วยให้ใช้พื้นที่ชั้นวางได้ดีขึ้น

เพ็กบอร์ดไม่เหมือนกับชั้นวางสินค้าทั่วไป เนื่องจากคุณจะมีพื้นที่ว่างมากขึ้น ในการขายสินค้า คุณจึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพพื้นที่มากขึ้น และจัดสรรสินค้าขายดีขึ้นบนเพ็กบอร์ดได้ด้วยนะ 

3.4) การขายแบบ Cross Selling

เช่นเดียวกับแถบคลิปเลยค่ะคุณสามารถใช้ Pegboards กับผลิตภัณฑ์ Cross Selling หรือข้ามประเภทที่เหมาะที่จะซื้อร่วมกันได้ ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเติบโตทางยอดขายของสินค้าในหมวดหมู่ต่าง ๆ (แทนที่จะเป็นรายการเดียวนั่นเอง)

✔ สรุป 

จากวิธีทั้งหมดที่เราได้กล่าวมา มันก็คือการนำ อุปกรณ์เสริมชั้นวางสินค้า มาใช้ในแบบที่แตกต่างกัน เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสินค้านั้น ๆ ที่คุณนำมาวางขายมากที่สุด ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็คือ ชั้นวางของคุณ จะได้โชว์สินค้าอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้นั่นเองค่ะ ยังไงก็ลองนำเทคนิคเหล่านี้ ไปลองปรับใช้จัดการพื้นที่ชั้นวางสินค้าในร้านค้าของคุณดูนะคะ 

แหล่งข้อมูลจาก : dotactiv

Written by Anchana

นักเขียนเครือ PN ผู้ดูแลด้านคอนเทนต์กว่า 5 เว็บไซต์ พบเจอเราได้ตามหน้า Google ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจร้านค้าปลีก | Today’s accomplishments were yesterday’s impossibilities. :-)

cross